ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

"สุรวิชช์ วีรวรรณ" ต่อกลอน "เมษาเลือดฯ" กับ "สฤณี อาชวานันทกุล"

“สุรวิชช์ วีรวรรณ” ต่อกลอน “เมษาเลือดฯ” กับ “สฤณี อาชวานันทกุล”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2553 23:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

“สฤณี อาชวานันทกุล” นักวิชาการที่มีจุดยืนของตัวเองต่อการเคลื่อนไหวของทั้งคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง เขียนบทกวีที่ชื่อ เมษาเลือดโหยไห้ใช่ความฝัน จะถอยกันคนละก้าวมิได้หรือ… ลงในทวิตเตอร์ แล้วนำไปโพสต์ที่เฟซบุ๊กของ “สุรวิชช์ วีรวรรณ” คอลัมนิสต์และบรรณาธิการบริหารเอเอสทีวี จึงมีการต่อกลอนตอบโต้กันไปมา อย่างจริงจังเข้มข้น และต้องย้ายไปที่บล็อก “Fringer คนชายขอบ” เพื่อให้ต่อกลอนกันได้อย่างต่อเนื่อง
       
       (บทที่สฤณีแต่งเป็นตัวอักษรปกติ บทที่สุรวิชช์แต่งเป็นตัวหนา)
       
       20 เม.ย. 53 17.26 น.
       
       เมษาเลือดโหยไห้ใช่ความฝัน
       จะถอยกันคนละก้าวมิได้หรือ
       ท่านนายกฯ ก็ลาออกให้โลกลือ
       แกนนำแดงก็เลิกดื้อเลิกป่วนกรุง
       
       20 เม.ย. 53 17.58 น.
       
       เหมือนวจีไพเราะเสนาะหู
       คำพรั่งพรูคนละก้าวที่หมายมุ่ง
       ฟังดูดีมีคุณธรรมย้ำจรุง
       แต่ปรุงแต่งแผลงเร้นดูเช่นไร
       เหมือนโจรขึ้นบ้านยามดึกดื่น
       ก็ลุกตื่นเต้นเข่นขับไล่
       โจรก็เรียกพวกมาตวาดไป
       ให้เลิกราสาไถยไปคนละทาง

       
       20 เม.ย. 53 16.11 น.
       
       ม็อบมิได้มีแต่โจรนะพี่เอ๋ย
       มีชาวบ้านคนคุ้นเคยถูกขัดขวาง
       ผู้บริสุทธิ์สิ้นชีพตามรายทาง
       รัฐจะอ้างว่าไม่เกี่ยวได้ฉันใด
       
       20 เม.ย. 53 18.18 น.
       
       มีมวลชนโดนลูกหลงโจรปล้นบ้าน
       น่าสงสารแน่แท้ต้องแก้ไข
       แต่ปล่อยให้โจรหลีกลี้แล้วหนีไกล
       มาแจ้งให้เขารื้อบ้านพาลชอบกล

       
       20 เม.ย. 53 18.47 น.
       
       ไม่ควรปล่อยให้โจรนั้นลอยนวล
       ต้องชักชวนให้มอบตัวทั่วทุกหน
       แต่ถ้ารัฐไม่ยอมถอยไปด้วยคน
       โจรไม่สนเป็นแน่แก้ยังไง
       ถ้าทุกคนเห็นพ้องกัน “นั่นคือโจร”
       ใครผาดโผนปราบโจรจริงย่อมยิ่งใหญ่
       แต่หากโจรคือฮีโร่ในดวงใจ
       ของคนไทยที่เดือดร้อน-ต้องผ่อนปรน
       
       20 เม.ย. 53 19.13 น.
       
       ต้องให้คนรู้จำแนกแยกถูกผิด
       ต้องรู้คิดรู้ประมาณต้านสับสน
       ต้องให้รู้ความจริงแอบอันแยบยล
       ที่เขาซ่อนเล่ห์กลไว้ปล้นไทย

       
       20 เม.ย. 53 19.21 น.
       
       เห็นด้วยกับท่านพี่ที่บอกกล่าว
       แต่ไม่รู้ทันคราวนี้หรือคราวไหน
       หากไม่แยกวิธีแก้ “ใกล้” และ “ไกล”
       เกรงว่าจะไม่มีไทยให้รู้ทัน
       
       20 เม.ย. 53 19.32 น.
       
       จะบ่มหนองหรือกลัดหนองยุบพองหนอ
       หรือหลับหูตาท้อรอคับขัน
       ทางออกมีเพียงคลี่ใจไทยด้วยกัน
       ว่าแก่งแย่งแข่งขันนั้นเพื่อใคร
       เพื่อไทยหรือเพื่อแม้วให้แคล้วคลาด
       หรือเพื่ออำมาตย์สายพันธุ์ใหม่
       เพื่อทุนสามานย์ล้างผลาญไทย
       แต่หลอกไพร่มาตายหมายยื้อเมือง

       
       20 เม.ย. 53 20.03 น.
       
       จะคลี่ใจไทยทั้งผองต้องมองหน้า
       ยอมรับว่าพลาดพลั้งทั้งแดงเหลือง
       สื่อทั้งหลายเลิกโหมไฟให้ขุ่นเคือง
       ให้เกียรติเรื่องที่พี่น้องร่ำร้องมา
       ไม่เอาทั้งคอรัปชั่น, สองมาตรฐาน
       ทุนสามานย์, อำมาตย์ใหญ่ไร้คุณค่า
       ก่อนอื่นต้องคลายปมเงื่อนเวลา
       ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เมื่อไรดี
       
       20 เม.ย. 53 20.09 น.
       
       ยุบสภาเลือกตั้งใหม่แค่นั้นหรือ
       ต้องผลัดยื้อชีวิตฆ่าน่าบัดสี
       ทางที่ทอดให้เดินเพลิดเพลินมี
       แต่เลือกทางบัดพลีชีวีคน
       สองมาตรฐานคือวาทกรรมซ้ำร้าย
       หมายทำลายยุติธรรมย้ำสับสน
       แต่คนพูดหนีศาลลุกลี้ลุกลน
       กลับมาปลุกมวลชนล้มกระดาน

       
       20 เม.ย. 53 20.35 น.
       
       เมื่อคนไทยทั้งชาติขาดเชื่อมั่น
       แตกแยกกันไม่เว้นแม้แต่ทหาร
       ที่คนตายต้องโทษรัฐพลาดจัดการ
       “ยุบสภา” คือสะพานเริ่มสานใจ
       คนหนีศาลล้มแล้วลุกปลุกคนได้
       เพราะศาลไทยไม่มั่นคงน่าสงสัย
       คดีกล้ายาง-ยุบพรรคไทยรักไทย
       สองมาตรฐานแน่ไซร้ใช่คำลวง
       จะชี้ทางให้พี่น้องได้ลองคิด
       รักชีวิตเลิกเสี่ยงเล่นเซ่นบวงสรวง
       รัฐ-แกนนำต้องซื้อใจไทยทั้งปวง
       แล้วค่อยห่วงหนทางข้างหน้าเรา
       
       20 เม.ย. 53 21.08 น.
       
       เมษาก่อนย้อนทำเนียบนั้นเฉียบแหลม
       ทหารแซมล้อมรุกไม่ปลุกเร้า
       เมษานี้ไม่เรียนรู้ไม่ขัดเกลา
       โหมร้อนเร่าเฝ้ารุกปลุกมวลชน
       จะโทษรัฐจัดการพลาดไม่อาจถ้วน
       ถ้าทบทวนกระบวนความลามสับสน
       คนชุดดำถือปืนสาดกระบอกกล
       ทหารชนก็ร่วงหล่นลงระนาว
       ถ้ายอมความตามผิดไม่คิดแก้
       เหมือนธรรมแพ้เกลือกกลั้วมั่วฉาว
       หลับตาลงตรงนี้อีกกี่เช้า
       เพื่อกลั่นกลืนเรื่องราวขาวกับดำ
       ศาลไทยไม่มั่นคงน่าสงสัย
       ถ้าไม่ถูกใจเราเฝ้าตอกย้ำ
       ยุติธรรม์พันธุ์ไหนถูกใจจำ
       แต่ทำแพ้พ่ายพังฉันไม่ยอม

       
       20 เม.ย. 53 21.51 น.
       
       เมษาเลือดคนผิดคงหลายฝ่าย
       แต่รัฐบุกมุ่งสลายไม่เกลี้ยกล่อม
       ยามวิกาลยากจะรู้ใครจริงปลอม
       แล้วไปล้อมที่ผ่านฟ้าหาอะไร
       ท่านนายกฯ แจงเหตุรุกอ้างฉุกเฉิน
       แต่กลับเมินราชประสงค์น่าสงสัย
       ไม่ขอโทษเหมือนตายแล้วก็แล้วไป
       มาตรฐานนายกฯ ไทยอยู่ไหนกัน
       ไม่ยอมความตามผิดต้องคิดแก้
       ธรรมไม่แพ้แต่ต้องใช้ไม่เดียดฉันท์
       ผิดเป็นผิดถูกเป็นถูกทุกสิ่งอัน
       ตาสว่างเบิกพลันนิรันดร
       ยุติธรรมต้องชอบธรรมทุกค่ำเช้า
       ไม่มีธงหนักเบาหรือโอนอ่อน
       ถูกใจเราหรือใจใครไม่อาวรณ์
       ถ้าโคจรตามกระแสจะแพ้ภัย
       
       20 เม.ย. 53 22.08 น.
       
       ความจริงเที่ยงแท้ไม่แปรเปลี่ยน
       ไม่ต้องเถียงเกรียนความตามนิสัย
       ผ่านฟ้าราชประสงค์ไม่ปลงใจ
       แล้วทำไมผลักด้นคนชนปืน
       สื่อมวลชนคงประจักษ์ในหลักฐาน
       ฝ่ายทหารยื้อผลักใครขัดขืน
       กระบวนการเกลี้ยกล่อมอันกลมกลืน
       ไม่อาจฝืนเมามัวมั่วมนต์ดำ
       เขาคาดหวังเพียงยุบสภาหรือ
       แล้วใยคนคือไร้ค่ามันน่าขำ
       แลกชีวิตแลกวิญญานพึงจดจำ
       ด้วยถ้อยคำแกนนำให้ย้ำยุทธ
       ถ้าเอียงถ้อยคล้อยกระแสนั้นแพ้แน่
       หลักการแท้ย้ำให้มั่นกันสุดสุด
       ถ้าพาลก่อกระแสทวนเข้ากวนรุด
       คนดีมุดในรูอยู่อย่างไร

       
       21 เม.ย. 53 18.39 น.
       
       ความจริงแท้ไม่แปรผันนั้นของแน่
       หลักการแท้ไม่พังภินท์สิ้นสงสัย
       โจรไม่หยุดแค่ยุบสภาก็แจ้งใจ
       แต่พูดไปมิได้ชี้ “วิธีการ”
       ต่างฝ่ายยึดแต่ความจริงที่เข้าข้าง
       พร้อมเอ่ยอ้างอิงหลักการมหาศาล
       ต่างกรรมต่างวาระต่างประจาน
       ต่างคัดค้านคานกันน่าหวั่นใจ
       พี่บอกโจรขึ้นบ้านต้องไล่ก่อน
       แต่ตำรวจนั่งนอนไม่หวั่นไหว
       มีชาวบ้านเฮกับโจรด้วยซ้ำไป
       เพราะคนเฝ้าบ้านไซร้ไม่อาดูร
       ในเมื่อเหตุปัจจัยช่างซับซ้อน
       ต้องถอยก่อนคนละก้าวจากเสียศูนย์
       ผอง “คนดี” ต้องรักไทยทวีคูณ
       โดยเพิ่มพูนขันติธรรมประจำใจ
       
       21 เม.ย. 53 21.26 น.
       
       ถ้าโจราธิปไตยล่ะใช่แน่
       จะยกมือยอมแพ้ไม่แก้ไข
       จะเฮโลยกพวกปล้นจนทั่วไทย
       เสียงข้างมากเป็นใหญ่ในนครา
       เหตุปัจจัยไม่ซับซ้อนจะย้อนบอก
       ไม่ย้อนยอกไขความตามภาษา
       แกนนำปลุกคนจนด้นวาจา
       เหมือนปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ
       ทุกสังคมมีจนรวยช่วยไม่ได้
       แม้อยากช่วยทุกรายไปไม่ไขสือ
       แต่ไม่ใช่เรื่องชนชั้นอันปั่นมือ
       ให้ผู้คนลุกฮือปล้นแผ่นดิน
       ไม่นับแฝงแดงอุดมการณ์ที่ดาลหน้า
       สุมไฟคว่ำดินฟ้าข้าทักษิณ
       แอบชักใยไขรหัสผลัดแผ่นดิน
       หลอกคนจนบินลู่สู้กองเพลิง

       
       21 เม.ย. 53 22.09 น.
       
       ใช่มีโจราธิปไตยกลุ่มเดียวไม่
       อำมาตยาธิปไตยยักท่าเหลิง
       ส่วนอภิชนาธิปไตยใช้ชั้นเชิง
       ท๊อปบู้ทธิปไตยร่าเริงบันเทิงรมย์
       เห็นด้วยว่ายก “ชนชั้น” แต่กาลก่อน
       มาสะท้อนยุคใหม่ไม่เหมาะสม
       แต่ถ้าวัดทัศนคติค่านิยม
       ยังจ่อมจมผิดแผกแยกเขา-เรา
       เกิดสังคมมากมายหลายมาตรฐาน
       หลาก “-ธิปไตย” เบ่งบานกว่าก่อนเก่า
       ถ้ายอมฟังกันละก็พอทำเนา
       ที่น่าเศร้าคือทุกฝ่ายใส่ร้ายกัน
       คนมากมายไม่ถูกหลอกดอกนะพี่
       อีกไม่มีอุดมการณ์จะสานฝัน
       เพียงแค้นที่ล้มกระดานเมื่อนานวัน
       และอัดอั้นกับอำมาตย์อำนาจเกิน
       
       21 เม.ย. 53 22.45 น.
       
       อำมาตย์อำขำเล่นกันเช่นนั้น
       อำนาจไหนขีดให้ชัดมันขัดเขิน
       นิยายฉายเรื่องเก่าเล่ากันเพลิน
       ดาวพระศุกร์เดินพล่านบ้านทรายทอง
       ไม่มีชนชั้นแบ่งคั่นชาติ
       มีแต่ญาติฝากขนมชั้นแบ่งปันท้อง
       แม่ค้าขายหลายเจ้าไม่รับรอง
       มาตรฐานของใครไม่เหมือนกัน
       นิทานเรื่องต่อไปจะไขขาน
       ล้มกระดานใครกระดกให้ผกผัน
       คนโกงกินปล้นชาติมันดึงดัน
       หลอกว่าฉันถูกรังแกแล้วแถ-ลง
       ใครคือคนที่ใส่ร้ายแล้วป้ายสี
       ย้ำวจีปลุกไพร่ให้ไหลหลง
       หยิบปมด้อยวาสนามาขายตรง
       เพื่อหลอกคนงงงวยให้ช่วยมัน

       
       22 เม.ย. 53 8.34 น.
       
       คนโกงกินปล้นชาตินัั้นใช่ว่า
       ชาวประชาจะรังเกียจเกลียดมหันต์
       คนหลายล้านเขาก็รักของเขากัน
       ด้วยสามัญสำนึกที่ตรึกตรอง
       เลวที่โกง-แทรกแซง-เอื้อประโยชน์
       ดีที่โปรดผู้ยากไร้ไทยทั้งผอง
       ถึงหาเสียงเขาก็ช่วยอย่างช่ำชอง
       ใช่เหยียดคนให้นั่งมองเหมือนก่อนมา
       คนทุกคนย่อมมีทั้งดีร้าย
       ให้น้ำหนักชั่งความหมายรายปัญหา
       คนที่เกลียดมีเหตุผลบนปัญญา
       คนที่รักก็ใช่ว่าจะงมงาย
       เพราะฉะนั้นถึงโจรปลุกให้แตกแยก
       ก็ยังต้องจำแนกแดงทั้งหลาย
       ไม่ด่ามั่วมัวเมาเหมาเป็นควาย
       “ผู้ก่อการร้าย” ไม่กี่คนที่ปนเป
       
       22 เม.ย. 53 9.37 น.
       
       เห็นด้วยช่วยกระพือไม่หือครับ
       ไม่เหมานับเหวี่ยงแหคลุมรุมไฉเฉ
       ต้องแยกปลาลาน้ำใช่กองเท
       แต่ที่พูดทั้งเพมันเพ้อพก
       รักและหลงคงไม่ใช่ความผิด
       แต่ต้องคิดให้ทอดตลอดศก
       ถ้าคนกินปล้นชาติมัดมือชก
       เราจะปกครองกันอย่างไร
       ค่านิยมชูโกงดังโฉงเฉง
       โกงไม่เกรงละเลงให้ไม่ขับไส
       สังคมตรงจะดำรงอยู่อย่างไร
       ถ้าไม่มีไม้บรรทัดให้วัดธรรม
       จะไขคำนำทางมาถามไถ่
       ฝ่ายไหนกันปลุกเร้าเฝ้าตอกย้ำ
       แยกคนไทยใส่ชนชั้นขี้นชี้นำ
       ปลุกไทยย่ำห้ำหั่นกันบรรลัย

       
       22 เม.ย. 53 10.15 น.
       
       ถ้าแยกแยะจริงไซร้ไม่เหมาเข่ง
       ควรเพ่งเล็งแยกความตามวิสัย
       อาจพอเห็นทางออกอยู่รำไร
       แก้ตามเหตุปัจจัยไม่เหมารวม
       คนโกงชาติต้องฟ้องต่อให้ติดคุก
       รัฐต้องรุกต่อไปไม่หละหลวม
       อธิบายที่ผิดจริงอย่ากำกวม
       หาแนวร่วมบอกกล่าวให้เข้าใจ
       อำมาตย์ใหญ่ใครให้ท้ายรัฐประหาร
       ควรจัดการผ่านกฎหมายให้อยู่ใต้
       แก้รัฐธรรมนูญให้ก้าวหน้าพาปลอดภัย
       ใครคว่ำรัฐจากนี้ไปใช้หนี้กรรม
       เพื่อให้เกียรติพี่น้องแดงอุดมการณ์
       และชาวบ้านที่ถูกปลุกมาหั้นห่ำ
       ยุบสภาก่อนปลายปีนี้น่าทำ
       แล้วค่อยนำประเด็นใหญ่มาไล่เรียง
       
       22 เม.ย. 53 10.47 น.
       
       รัฐบาลเขาก็ถอยสุดซอยแล้ว
       แดงยึดแนวฉับพลันไม่ฟังเสียง
       สันติประชาธรรมให้ท้ายอยู่รายเรียง
       พวกแอบเอียงแอ๊บแบ๊วแจ้วแจ้วย้ำ
       แก้รัฐธรรมนูญให้ก้าวหน้านั้นน่าลุ้น
       แต่ที่วุ่นเพราะมุ่งหมายล้มหงายคว่ำ
       แก้เพื่อนายตัวพ้นผิดพลิกพลิ้วคำ
       แท้แล้วทำเพื่อใครให้ไตร่ตรอง
       ถ้าสังคมอุดมการณ์มันบานเบิก
       รัฐธรรมนูญยกเลิกเทิดฉลอง
       ไม่ต้องมีกี่มาตรามาปกครอง
       แต่ความผิดคือของคนใช่กลไก
       อำมาตย์ใหญ่อะไรนั่นใครลำเลิก
       ลิเกเบิกโรงมาพาเฉไฉ
       เหมือนท่องจำคำไชยามิตรชัย
       มาสอดใส่เปิดเทปซ้ำอยู่จำเจ

       
       22 เม.ย. 53 15.13 น.
       
       รัฐบาลนั้นถอยน้อยกว่าลอยหนี
       ใช้วิธีปิดสื่อเขาอย่างเจ้าเล่ห์
       สื่อตัวเองตอกไข่ใส่ให้รวนเร
       เล่นลิเกโรงใหญ่ไม่แพ้แดง
       ยิ่งปิดกั้น, ข่าวลือ-จริงยิ่งลามทุ่ง
       เมืองยิ่งยุ่งโจรยิ่งกล้ามาแอบแฝง
       สงครามสื่อกระพือไฟให้ร้อนแรง
       เพราะรัฐแกล้งมองไม่เห็นความเป็นคน
       การณ์อย่างนี้จับโจรครบจะจบหรือ
       ยิ่งลุกฮือรุนแรงทุกแห่งหน
       เสื้อแดงจะบานสะพรั่งทั้งตำบล
       เพราะรัฐปล้นศักดิ์ศรีที่ติดตัว
       ความผิดล้วนของคนเถียงไม่ได้
       แต่กลไกใช่จะดีไม่มีชั่ว
       ถ้าออกแบบกลไกให้หมองมัว
       ไม่เห็นหัวคนกลุ่มใหญ่ก็ไม่ควร
       
       22 เม.ย. 53 17.03 น.
       
       เขาว่าปิดสื่อคือปิดเสรีภาพ
       แต่ใช้หยาบเกินสื่อไปใครไต่สวน
       ถ้าสื่อไม่เคารพสิทธิใครใคร่ครวญ
       หรือปล่อยให้ขบวนการมันลามลุก
       อย่าว่าแต่ไพร่หน้าใสใส
       แม้แต่คนปัญญาใหญ่ยังต้มสุก
       ออกโรงสู้เพื่อทักษิณกันทั่วทุก
       สื่อฝังหัวปลุกคนช่วยปล้นเมือง
       ใครกันใช้คนเพื่อปล้นคน
       ใครกันใช้ความยากจนคนชูเชื่อง
       ใครกันฝืนระบอบกบิลเมือง
       หลอกคนเปลื้องผ้ามาเปลืองตัว
       ความรู้จะชูตนให้คนรอด
       ความจริงย่ำตลอดจะรอดทั่ว
       ความถูกต้องตอกย้ำอย่าหวั่นกลัว
       คนไม่มีความชั่วกลัวอะไร

       
       22 เม.ย. 53 18.04 น.
       
       ในฐานะฐานันดรอันดับสี่
       “จรรยาบรรณ” ฟังดูดี-กินได้ไหม
       เมื่อคนสื่อละเมิดสิทธิ์ของผู้ใด
       เพื่อนร่วมอาชีพไซร้ต้องไขความ
       ยอมให้ฟ้องหมิ่นประมาทหรือฐานอื่น
       ยึดจุดยืนเป็นใหญ่ไม่มองข้าม
       แต่มิใช่ให้รัฐบุกมาคุกคาม
       ปิดสื่อทุกโมงยามล่ามแท่นพิมพ์
       ปราบอธรรมจำต้องใช้ความจริงข่ม
       มิใช่ล่มเรือทั้งโกลนจนหัวทิ่ม
       ให้นายกฯ ตกม้าตายเพราะชอบชิม
       หรือตีขิมดูประชาฆ่ากันเอง
       ผิดล้างผิดไฟล้างไฟได้ด้วยหรือ
       ใครกระพือสื่อบิดเบือนเหมือนข่มเหง
       อันความจริงถ้าอยากให้ใครยำเกรง
       ก็ต้องเร่งโน้มน้าวใจไม่บังคับ
       
       22 เม.ย. 53 20.19 น.
       
       ต้องแยกสื่อแยกกระพือกระบอกเสียง
       แยกสำเนียงหว่างบรรทัดชัดฉายขับ
       ไม่ใช่มีปากกาแล้วจะนับ
       ให้ยอมรับว่าเป็นสื่อระบือไป
       รัฐไม่อาจลุกลามคุกคามสิทธิ์
       รัฐไม่อาจปกปิดความโปร่งใส
       รัฐไม่อาจนิ่งดูดายความจัญไร
       รัฐไม่อาจนิ่งใจให้ไฟลาม
       ถ้ารัฐปิดความเที่ยงธรรมระยำแน่
       โซ่ก็แพ้คนบรรเลงไม่เกรงขาม
       แต่เห็นคนปลุกไฟลุกทุกโมงยาม
       ไม่ขนน้ำดับเพลิงระเริงไป
       ถ้าทุกคนร่วมด้วยช่วยกันแยก
       ไหนผิดแผกไหนลุกลามตามวิสัย
       อย่าหวังแทรกกลางชั่วดีหลีกลี้ภัย
       แล้วทอดไทยทิ้งคามท่ามทางรก

       
       22 เม.ย. 53 20.53 น.
       
       เห็นตามว่าต้องร่วมด้วยช่วยกันแยก
       แต่หญ้าแพรกอาจแหลกราญหวั่นวิตก
       ถ้าไร้เสียงเรียกร้องให้นายกฯ
       พร้อมแอ่นอกรับผิดชอบผู้พลีกาย
       ลาออกอย่างจริงใจให้โวหาร
       ฯพณฯ ท่านประโยคนี้มีความหมาย –
       “ความรับผิดชอบทางการเมือง” ตราบชีพวาย
       “ต้องสูงกว่าทางกฎหมาย” ทุกชั่วยาม
       สื่อสารกับผู้ชุมนุมให้เชื่อว่า
       รัฐพร้อมจะเจรจาครั้งที่สาม
       เพราะประชาธิปไตยจะงดงาม
       ก็ด้วยความพยายามจะดับไฟ
       ความจริง ความถูกต้อง และความรู้
       คนคือผู้ลำดับความสำคัญให้
       หากยังอ้างความข้างตนเพื่อชิงชัย
       แม้วบรรลัยไทยก็ใช่จะฟื้นคืน
       
       22 เม.ย. 53 21.32 น.
       
       รัฐบาลพูดน้อยต่อยไม่หนัก
       กองเชียร์เชียร์ให้ปักหลักอย่าขัดขืน
       อีกฟากหวังผลักผสมล้มทั้งยืน
       นายกฯ คงกล้ำกลืนอยู่ในใจ
       สำนึกรับผิดชอบต้องมีแน่
       สำนึกที่ย่ำแย่ต้องแก้ไข
       กฎหมายต้องบังคับใช้กับใคร
       ฝ่ายไหนไม่เคารพกฎกติกา
       มีที่ไหนนายกฯ ลดตัวพูด
       ขั้นบันไดรูดลงนั่งตรงหน้า
       เปิดทางให้ฝ่ายล้มล้างอ้างเจรจา
       มาเปิดใจต่อว่าหน้าทีวี
       แล้วใครกันปัดส่งลงเหวงเหวง
       สบัดท่านักเลงกระเตงหนี
       ถ้าวันนั้นตกลงกันมั่นไมตรี
       ก็ไม่มีวันนี้ใครพลีกาย

       
       22 เม.ย. 53 22.06 น.
       
       ถ้าไม่มีรัฐประหารในวันโน้น
       ที่มาโค่นโจรขี้โกงลงง่ายง่าย
       วันนี้เราไม่ต้องทนทุรนทุราย
       ลุ้นรัฐสลาย-ไม่สลายเป็นรายวัน
       พี่คงแย้งว่าถ้าไทยไม่มีแม้ว
       คงไม่แคล้วปลอดทหารเป็นแม่นมั่น
       แต่อะไรที่เกิดแล้วก็แล้วกัน
       ปัจจุบันสำคัญกว่าต้องหาทาง
       ถ้าอยากหยุดขวานทองจากนองเลือด
       แบ่งฝ่ายเชือดตามเสื้อสีที่ขัดขวาง
       ต้องมีผู้สละให้เดินสายกลาง
       และเลิกอ้างแต่กฎหมายกติกา
       เพราะคนใช้กฎหมายกุมอำนาจ
       ใครขี้ขลาดยิ่งอ้างหลักหมักปัญหา
       ใช้กฎหมายด้วยจิตใจไร้เมตตา
       พี่น้องอาจวายชีวากว่าที่เคย
       
       22 เม.ย. 53 23.03 น.
       
       ทางที่แนะแยกที่ลงอยู่ตรงหน้า
       คือใจข้าใช่ใจเขาที่เฝ้าเผย
       ถ้าแกนนำเห็นแก่ทางที่ทอดเชย
       ก็ลงเลยแล้วแคล้วคลาดเมื่อจากกัน
       รัฐบาลมีสัญญาสาธารณะ
       มีจังหวะละตำแหน่งเพื่อแข่งขัน
       ขอเวลาจัดกติกาให้ตรงกัน
       แล้วมาเริ่มประชันประชาธิปไตย
       มันแปลกนะถ้าจะจบลงตรงนี้
       แล้วเริ่มกรีฑาทัพเข้าขับใส
       ไม่ใช่หรือไพร่เพื่อทักพรรคเพื่อไทย
       เขาผลักไสรัฐธรรมนูญที่ฝืนคอ
       ถ้าเลือกตั้งทันทีไม่ดีแน่
       ฝ่ายหนึ่งแพ้ฝ่ายหนึ่งแย่ก็แหย่ต่อ
       เก้าเดือนไม่ใช่ยาวเกินนานรอ
       ชีวิตยังเพียงพอต่อสู้กัน

       
       23 เม.ย. 53 7.04 น.
       
       อีกเก้าเดือนเหมือนเก้าปีนะพี่เอ๋ย
       เหมือนไม่เคยให้ค่ากับความฝัน
       คนนับแสนมาร้องขอความเป็นธรรม์
       สู้แดดเปรี้ยงเสี่ยงทุกวันนั้นเพื่อใคร
       เพียงเพราะชายชื่อแม้วเท่านั้นหรือ?
       เพราะถูกซื้อเลยร่ำลาถิ่นอาศัย?
       เพราะโง่งมผสมดื้อหรืออย่างไร?
       เพื่อประชาธิปไตยตรงไหนกัน?
       ไม่มีใครซื้อชีวิตใครได้ดอก
       ไม่มีใครจนตรอกจนถึงขั้น
       เสี่ยงระเบิดเสี่ยงตายเป็นรายวัน
       พี่น้องตายก็บ่ยั่นแม้หวั่นใจ
       แม้วกลายเป็นสัญลักษณ์ต่างภาษา
       ของประชาธิปไตยที่กินได้
       ถ้าเขาเลือกไพร่เพื่อทักพรรคเพื่อไทย
       ค่อยมาสู้กันยกใหม่ในสภา
       
       23 เม.ย. 53 8.42 น.
       
       การเร่งรัดซ่อนเร้นมันเห็นอยู่
       การต่อสู้เพื่อผู้ใดไร้คุณค่า
       ถ้าไม่เกณฑ์ไม่เค้นไม่เห็นมา
       แต่ไม่อยากหมิ่นค่าว่าคนน้อย
       รู้หนึ่งคนหนึ่งชีวิตก็มีสิทธิ์
       ไม่ควรคิดเพียงนิดหวังปลิดสอย
       แต่สู้เพื่อประชาธิปไตยมันหลุดลอย
       มีนักรบกองร้อยถือปืนกล
       เก้าเดือนรอไม่นานหรอกจะบอกให้
       ถ้าปฏิรูปใหญ่ไทยกลับไม่สับสน
       แก้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่วกวน
       อย่าแก้ผิดให้คนดูไบที่ใจมาร
       คนที่มามีทุกข์ไม่สุขหรอก
       แต่เขากลับกลอกทุกขังเพื่อสังหาร
       ยืมมือคนจนปล้นรัฐบาล
       แลกคืนบ้านพลิกแผ่นดินคนสิ้นคิด

       
       23 เม.ย. 53 9.20 น.
       
       ถึงจะมีนักรบกี่กองร้อย
       ถึงจะมีคนไม่น้อยเข้าใจผิด
       ถึงจะมีโจรแฝงเฝ้าแผลงฤทธิ์
       คนจนก็มีสิทธิ์คิดประท้วง
       “หลักการแท้ย้ำให้มั่นกันสุดสุด”
       คือรีบรุดเจรจาจนลุล่วง
       ยุบสภาคืนสิทธิ์ให้ไทยทั้งปวง
       ถ้ามัวห่วงกลัวแย่จะแพ้ภัย
       ถ้าแม้วกลับมาได้ให้มันรู้
       เราจะสู้ในระบอบกันรอบใหม่
       จะยากเย็นแสนเข็ญสักเพียงใด
       อย่างน้อยประชาธิปไตยไม่หลุดลอย
       แต่ถ้ารัฐตีตราว่ากบฏ
       ปราบจนหมดทั้งแดงดีและแดงถ่อย
       รัฐล้มเหลวจะลุกลามตามซอกซอย
       ตั้งตาคอยรัฐประหารกันได้เลย
       
       23 เม.ย. 53 10.12 น.
       
        “หลักการแท้ย้ำให้มั่นกันสุดสุด”
       แต่สะดุดจุดระเบิดที่เปิดเผย
       แถมต้องแยกแดงดีไม่ละเลย
       หนุนไม่อาจเมินเฉยเจรจา
       หลักการไม่อาจยาวสั้นหั่นต่อ
       โค้งคอหงออาญาเถื่อนเกลื่อนท่า
       แม้คนจนมีสิทธิ์อิสรา
       แต่ประชาธิปไตยมีค่าไปกว่านั้น
       รัฐบาลอภิสิทธิ์มาตามตรอก
       แต่กลับกลอกตามใจไปพลิกผัน
       ตอนสมชาย-สมัครกลับโจษจัน
       รัฐบาลของฉันประชาธิปไตย
       จะสู้กันนอกระบอบอีกกี่รอบ
       ระบอบนั่นระบอบไหนระบอบใหม่
       มาตกลงสร้างระบอบให้ชอบใจ
       หยุดม็อบใหญ่ปลุกระบอบฉันชอบธรรม

       
       23 เม.ย. 53 11.06 น.
       
       ยุบสภาคือกลไกในระบอบ
       หาใช่เรื่องตกขอบหรือต้อยต่ำ
       หรือแปลว่าอาญาเถื่อนมาเกลื่อนนำ
       แต่ควรทำเพื่อเริ่มสร้างทางปรองดอง
       สมัยรัฐบาลสมัครต้านพันธมิตรฯ
       อภิสิทธิ์เคยกล่าวชัดไม่ขัดข้อง
       นักการเมืองเสียสละตามครรลอง
       เพื่อพี่น้องแดงชาวบ้านผ่านเงื่อนตาย
       เร่งเปิดโปงเหล่ามือฆ่าปาระเบิด
       ก่อนที่จะเลยเถิดเกินคาดหมาย
       เลิกเหมารวมสาปแช่งแดงทุกราย
       ว่า “ผู้ก่อการร้าย” ให้แปรปรวน
       หลักการดีมีต้องใช้ให้รู้ว่า
       อะไรมาก่อนหลังอย่างถี่ถ้วน
       มัวแต่กลัวอนาคตไม่ปลดชนวน
       ระบอบเก่าอาจจะด้วนในบัดดล
       
       23 เม.ย. 53 11.34 น.
       
       ยุบสภากลไกในระบอบชอบอยู่
       แต่ไม่ใช่รวมหมู่กู่สับสน
       พันธมิตรฯ ไล่สมัครสิ้นอดทน
       ด้วยเหตุผลแก้ธรรมนูญเกื้อกูลแม้ว
       แล้วม็อบนี้มีเหตุอาเพศไหน
       หยิบจนไพร่ชัดชัดเข้าจัดแถว
       หวังอำพรางธุรกรรมระยำแนว
       สู้เพื่อแม้วเพื่อใครไมไม่คิด
       เหตุแล้วผลใช่ผลมาก่อนเหตุ
       ประเทศต้องมาก่อนคนรอนสิทธิ์
       ถ้าต่อไปแพ้สภาก็แผลงฤทธิ์
       ชวนคนปิดประตูเมืองทุกเรื่องไป
       เห็นด้วยช่วยกันหาทางออก
       แต่ต้องบอกแกนนำแดงแถลงไข
       ยุบสภาหรือที่แท้คืออะไร
       ต้องร้อนใจให้คนตายหลายชีวิต

       
       23 เม.ย. 53 12.33 น.
       
       ฝ่ายแดงดีมีเหตุผลไม่อาเพศ
       พี่เห็นเหตุเพียงแม้วเพราะยึดติด
       มองเลยแม้วไปหน่อยเพียงน้อยนิด
       จะแจ้งจิตถ้าเปิดใจด้วยไมตรี
       ตั้งแต่เกิดรัฐประหารปีสี่เก้า
       เสื้อแดงเขาก็ข้องใจในวิถี
       ของอำนาจนอกสภาประดามี
       ทหาร-อำมาตย์นั้นปาหี่หรือหรี่ตา
       กังขาแนวตุลาการศาลภิวัตน์
       จะวิบัติหรือภิวัตน์กันแน่หว่า
       นายกฯ สมัครทำกับข้าว “ผิดมาตรา”
       แต่อภิสิทธิ์ “ไม่เจตนา” รับงาแพง
       เนวินหลุดกล้ายางหลังแปรพักตร์
       แดงตระหนักลุกฮือเริ่มดื้อแพ่ง
       สองมาตรฐานในการเมืองเรื่องร้ายแรง
       ทุจริตไทยเข้มแข็งก็แทงใจ
       
       23 เม.ย. 53 13.43 น.
       
       ขบวนการทุจริตมีทางออก
       ไม่ย้อนยอกตรวจสอบชอบโปร่งใส
       มีหลักฐานพาดพิงอย่านิ่งใจ
       กระบวนการยังเดินไปไม่อุดตัน
       เอาทุกข์ร้อนของพี่น้องมากองหน้า
       แยกปัญหาเทน้ำใจใส่ลงขัน
       ทุกข์ของคนรากหญ้านั้นสำคัญ
       อย่าให้แม้วแบ่งปันฉันต่อรอง
       มองข้ามแม้วก็ต้องข้ามแกนนำม็อบ
       อย่ามอบความชอบธรรมคอยค้ำผอง
       ในระบอบทักษิณที่ปกครอง
       ความเป็นธรรมก็ช้ำหนองอยู่เหมือนกัน
       สองมาตรฐานไม่ถูกใจคอยย้ำบอก
       สนธิชอกหกปีคุกไม่สุขสันต์
       ไม่ร้องแรกแหกกระเฌอละเมอพรั่น
       เลิกม็อบกันปฏิรูปใหญ่ไทยเจริญ

       
       23 เม.ย. 53 22.10 น.
       
       คนไทยเรารักสบายใครก็รู้
       จากเรือนอยู่หลายสิบวันมันขัดเขิน
       เป็นนักรบไซเบอร์ยังเพลิดเพลิน
       ม็อบเรือนแสนไม่บังเอิญทุกครั้งไป
       ถ้าก่อม็อบกดดันรัฐด้วยเหตุผล
       ประชาชนย่อมอัดอั้นปัญหาใหญ่
       บ่งชี้ว่าสถาบันในเมืองไทย
       บางกลไกในระบอบมันชอบกล
       พันธมิตรฯ ช่วยตีแผ่คอร์รัปชั่น
       ให้รู้ทันนักการเมืองเรื่องฉ้อฉล
       นปช. เขาก็แฉคนบางคน
       ที่มาปล้นในเครื่องแบบอิงแอบฟ้า
       นักการเมืองในระบอบตรวจสอบได้
       แต่ทหาร-อำมาตย์ใหญ่ล่ะพี่จ๋า
       โจร-นักรบ-แกนนำไพร่ไร้ราคา
       ที่ก้าวหน้าคือคนไทยใจกลางม็อบ
       
       23 เม.ย. 53 22.43 น.
       
       ถ้าม็อบมากดดันรัฐด้วยเหตุผล
       ไม่ชอบกลปนโร่โรมานอฟ
       ถ้าโจรไม่กำบังไพร่อยู่รายรอบ
       ก็จะชอบธรรมรู้อยู่แก่ใจ
       ต้องแยกคนจนออกบอกตอกย้ำ
       แยกแกนนำโจรบ้าซุกอาศัย
       แยกกระสุนแยกระเบิดละเมิดไท
       แต่ไม่แยกหัวใจไทยด้วยกัน
       ไม่อยากพูดอำมาตย์ใหญ่อำมาตย์แม้ว
       ทหารแมวที่ไหนใครกุขัน
       อำนาจบ้าที่ฆ่าไทยในทุกวัน
       ล้วนน่าพรั่นหวั่นสะพึงกว่าถึงไหน
       หยุดแกนนำทุกข์คนจนมาปนเปื้อน
       หยุดให้ท้ายความเถื่อนที่โถมใส่
       หยุดความเท็จที่โหมรุมขึ้นสุมไฟ
       ให้พี่น้องคนไทยได้กลับเรือน

       
       23 เม.ย. 53 23.27 น.
       
       พี่น้องแดงกลับเรือนทันทีแน่
       เพียงรัฐแค่ยอมรับเรื่องขับเคลื่อน
       ยุบสภาอย่างจริงใจไม่แชเชือน
       จะกี่เดือนคุยกันได้ไม่น่ากลัว
       แล้วเรียกร้องแกนนำตามคำอ้าง
       อาวุธวางเลิกมุสาน่าเวียนหัว
       รับผิดชอบสู้คดีที่ติดตัว
       ใครพันพัวยิงระเบิดต้องเปิดโปง
       ระยะกลางวางวาระปฏิรูป
       ให้เต็มสูบทันสมัยไม่งมโข่ง
       สถาบันทหาร-อำมาตย์รุดขุดเค้าโครง
       อยากอยู่โยงต้องเปลี่ยนให้โปร่งใสจริง
       ตัดวงจรอุบาทว์รัฐประหาร
       เผด็จการตลอดไปไม่สุงสิง
       อำนาจมืดขืนใครคว้ามาแอบอิง
       ประชาชนไม่อยู่นิ่งอีกต่อไป
       
       23 เม.ย. 53 24.22 น.
       
       ไม่เห็นมีวาระไพร่ให้ขับเคลื่อน
       เขาย้ำเตือนยุบสภามากกว่าไหน
       คืนเงินนายใหญ่รัฐเอาไป
       เลือกตั้งหวังเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
       เห็นด้วยวางวาระประชารัฐ
       แต่ใยต้องเร่งรัดเอาให้สิ้น
       ช้าช้าได้พร้าเล่มงามยังยลยิน
       อภิสิทธิ์ไม่อาจดิ้นอีกต่อแล้ว
       ตัดวงจรอุบาทว์รัฐประหาร
       เผด็จการทุนนิยมล้มทั้งแถว
       ทุนสามานย์แม้วซิสต์ปิดทั้งแนว
       ต้องให้แน่วแน่ก่อนอย่าร้อนรน
       ต้องช่วยกันส่งสัญญาณอาจหาญหน่อย
       ตู่เต้นถอยไล่ไกลอย่าไปสน
       เลิกบังคนชายขอบแล้วลอบจน
       หยุดปล้นอธิปไตยไทยหากิน

       
       24 เม.ย. 53 7.00 น.
       
       วาระไพร่มองไม่เห็นเน้นหลอกล่อ
       แกนหลายคนก็ลิ่วล้อของทักษิณ
       แน่นอนแม้วย่อมอยากกลับมาเช็คบิล
       ให้โฟนอินเจื้อยแจ้วไปเป็นไรมี
       ประชาธิปไตยมีราคาที่ต้องจ่าย
       รัฐประหารแล้วไม่วายต้องใช้หนี้
       ยุบสภาเหมือนรูดบัตรเครดิตพลี
       คืนสิทธิ์ให้น้องพี่ทั่วถิ่นไทย
       ทั้งที่รู้วาระแม้วมันซ่อนเร้น
       ทั้งที่เห็นพวกล้มเจ้ามอมเมาไพร่
       ทั้งที่รู้คนบางคนมาเพื่อใคร
       ประชาธิปไตยมีค่ามากกว่านั้น
       มองข้ามแม้วข้ามสามเกลอจะเจอเพชร
       แดงใจเด็ดแน่วแน่มิแปรผัน
       อยากใช้สิทธิ์ควรได้ใช้เป็นไรกัน
       จะสร้างสรรค์ตามครรลองต้องเรียนรู้
       
       24 เม.ย. 53 8.42 น.
       
       รัฐบาลก็ยอมความตามเรียกร้อง
       เพียงต่อรองต่อลดแบบอดสู
       ขอเก้าเดือนจะให้พลันทันใจตู
       ก็เห็นอยู่เหตุผลด้อยร้อยเล่มเกวียน
       มานั่งตกลงกติกากันใหม่
       วาระประเทศไทยรีบขีดเขียน
       ขอเลือกตั้งทันควันฟังแล้วเกรียน
       เหตุผลเลี่ยนไม่เพียงพอจะขอร้อง
       บอกไม่เอารัฐธรรมนูญห้าศูนย์
       เขาเกื้อกูลชวนแก้ไขใยไม่พ้อง
       นั้นที่อ้างล้มสภามาต่อรอง
       ให้เลือดนองเพื่ออำนาจก็ชาติเลว
       อำนาจรัฐจะผลักใสไปง่ายง่าย
       ยึดนิยายแบบแดงจริงก็ดิ่งเหว
       ไม่พอใจก็ปลุกลุกจุดไฟเปลว
       รัฐล้มเหลวแค่คนร้องปกครองไง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000056537

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Facebook | เสวนาวิชาการ “สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

Facebook | เสวนาวิชาการ “สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

ประเภท:
เครือข่าย:
ทั่วโลก
16 กุมภาพันธ์ 2010
13:00 - 17:00
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ เครือข่ายพลเมืองเน็ต (ThaiNetizen), เว็บไซต์ iLaw.or.th และเว็บไซต์ OpenThaiDemocracy.com จัดโครงการสัมมนาวิชาการ หัวข้อ

“สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

ณ ห้อง LT1 (ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร) คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
(ท่าพระจันทร์)
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 น.

== กำหนดการ ==

เวลา 12.30 – 13.00 น.
ลงทะเบียน

เวลา 13.00 – 16.00 น.
สัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “สอดส่องออนไลน์ : ใครสุ่ม ใครเสี่ยง ?”

หัวข้อ "การเฝ้าระวังโดยรัฐกับความเป็นส่วนตัวของประชาชน"
โดย คุณสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร*

หัวข้อ "การสืบสวนสอบสวนบนโลกอินเทอร์เน็ต ในพื้นที่ไม่สาธารณะ"
โดย ธงชัย แสงศิริ* ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)*

หัวข้อ "ที่มา และจุดยืนของรัฐต่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"
โดย คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย* รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี*

หัวข้อ "แนวคิดและกฎหมายว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล:
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการคุ้มครองในโลกออนไลน์"
โดย อาจารย์สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

หัวข้อ "การใช้มาตรการเฝ้าระวังโดยรัฐ : บทบาทและผลกระทบต่อผู้ประกอบการ"
โดย คุณศุภสรณ์ รุ่งโรจน์วุฒิกุล ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทรู
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หัวข้อ "ดุลยภาพระหว่าง การป้องปราม กับเสรีภาพของประชาชนพลเน็ต"
โดย คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต และบล็อกเกอร์ "คนชายขอบ"

ดำเนินรายการโดย คุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต

เวลา 16.00 – 17.00 น.
ผู้เข้าร่วมการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสรุปการสัมมนา

เวลา 17.00 น.
ปิดการสัมมนา

หมายเหตุ: *วิทยากรอยู่ระหว่างการติดต่อ

ชมถ่ายทอดสดได้ทาง http://prachatai.com/live

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันที่ 16 ก.พ. 2553 เวลา 12.00-18.00 น.สวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6

วันที่ 07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7010 ข่าวสดรายวัน


วันรักนกเงือก นัดพบ"16ก.พ."


คอลัมน์ ทัวร์ทโมน

ปริญญา ผดุงถิ่น pui@tourtamoan.com www.tourtamoan.com




บรรยากาศแถลงในรูปแบบล้อมวงคุยกันในร้านขนมเค้ก เชิญชวนร่วมงาน "วันรักนกเงือก" 16 ก.พ.53 ที่สวนนกเงือก ม.มหิดล

ทุก วันที่ 13 ก.พ.ของทุกปี ทางมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก จะจัดงาน "วันรักนกเงือก" เป็นประจำทุกปี โดยยึดถือวันที่ 13 ก็เพื่อให้ใกล้เคียงกับวันแห่งความรัก 14 ก.พ.

เหตุที่โยงนกเงือกมาสู่วันวาเลนไทน์ ก็เนื่องจากวิถีชีวิตอันโดดเด่นของนกเงือก เหนือกว่าสัตว์โลกอีกมากมาย ก็อยู่ที่ "ความรัก" นี่แหละ

เพราะนกเงือกเป็นสัตว์ครองคู่แบบผัวเดียวเมียเดียว ตลอดชีวิต!

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปีนี้มีวันตรุษจีนเข้ามาเบียด ทางมูลนิธิจึงเลื่อนการจัดไปเป็นวันที่ 16 ก.พ.แทน ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.

สถานที่ สวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6

ตั้งชื่อตอนประจำปีนี้ว่า "รักแท้"

ก่อนถึงวันสำคัญของผู้มีหัวใจอนุรักษ์ ได้มีการเปิดแถลงข่าว ด้วยรูปแบบล้อมวงคุยกัน ที่ร้านขนมเค้ก Something Sweet ซอยสาทร 8

โดย ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ นักวิจัยนกเงือกมือหนึ่งของโลก นิวัติ กองเพียร ผู้เป็นแม่งานหาทุนให้มูลนิธิมาตลอด และสมพล ชัยสิริโรจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า Hornbill ซึ่งก็ร่วมงานกับมูลนิธิมานานแล้วเช่นกัน

มีการให้ความรู้แก่สื่อมวลชนอย่างย่นย่อ เกี่ยวกับความน่าสนใจของนกเงือก

ดร.พิไลบอกว่า นกเงือกเป็นสัตว์โบราณ ถือกำเนิดในโลกมาร่วม 50 ล้านปีแล้ว

จากนกเงือก 13 ชนิดในเมืองไทย มีอยู่ 3 ชนิดที่มีสายเลือดเป็นบรรพบุรุษของนกเงือกทั้งมวล ได้แก่ นกชนหิน นกเงือกหัวหงอก และนกเงือกคอแดง

เล่าถึงภาระหนักหน่วงของนกพ่อ ที่ต้องหาเหยื่อมาป้อนใส่โพรงให้นกแม่และนกลูกนานหลายเดือน

ถ้าพ่อนกมีอันเป็นไปก่อน ไม่ว่าด้วยเหตุใด นกแม่และนกลูกก็ต้องอดอาหารตายตามกันไปด้วย

ดร.พิไลยังเล่าถึงความก้าวหน้าในงานอนุรักษ์นกเงือกไทย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นผู้นำของโลกตัวจริงเสียงจริง

นักวิจัยจากประเทศไหนๆ ก็ต้องมาขอเรียนรู้วิธีการจากมูลนิธิแทบทั้งสิ้น

ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา ยังเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการจับนกเงือกใส่เครื่องติดตามตัวผ่านดาวเทียม

เป็นนกกก 4 ตัว นกเงือกกรามช้าง 3 ตัว ในพื้นที่ป่าเขาใหญ่

และนกเงือกคอแดงแห่งห้วยขาแข้งอีก 3 ตัว

นกเงือกถือเป็น Umbrella Species คือแค่เราสามารถอนุรักษ์นกเงือกไว้ให้ได้เท่านั้น

สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใต้ร่มเงาของนกเงือก ก็จะอยู่สุขสบายกันถ้วนหน้า

สำหรับรายละเอียดงานวันรักนกเงือกนั้น จะมีกิจกรรมต่างๆ ด้านการอนุรักษ์นกเงือก การออกร้าน

เสริมด้วยความบันเทิงจากศิลปินดารานักร้องที่มีใจมาช่วย เช่น สินเจริญบราเธอร์ โยคีเพลย์บอย ศิลปิน AF นก-ฉัตรชัย โน้ต-วัชรบูลย์ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล จี๊ด-แสงทอง อุ๋ย-นนทรีย์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และอีกมากมาย ร่ายไม่หมด

ภายในสวนนกเงือก สถานที่จัดงานนั้น ยังมีรังนกเงือกจำลองครบทั้ง 13 ชนิด ให้เดินดูเป็นความรู้ด้วย เพราะการจะไปดูของจริงให้ครบ สำหรับคนทั่วไปอยู่ในระดับ "เป็นไปไม่ได้"

ไม่ว่าชีวิตจริงของคุณจะสมบูรณ์แบบไม่แพ้นกเงือก

หรือเป็นแค่ปุถุชน บางเวลาก็ขี้เกียจทำมาหาเลี้ยงลูกเมีย

หรือแม้แต่โลดโผนอย่างกะไทเกอร์ วูดส์

มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ยินดีต้อนรับทุกท่าน!


หน้า 7

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdOVEEzTURJMU13PT0=&sectionid=TURNeE53PT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB3Tnc9PQ==